Skip to main content

      ผลสำรวจ KPMG Global CEO Outlook ครั้งที่ 12 จากซีอีโอทั่วโลก 1,400 คน เผยแนวทางที่ผู้นำธุรกิจกำลังดำเนินการเพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมือกับโลกที่ผันผวนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น

       

      ประเด็นสำคัญ

      • ซีอีโอมองว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูล เป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อการเติบโตของธุรกิจ (ร้อยละ 31) รองลงมาคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก (ร้อยละ 28) ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ (ร้อยละ 26) โดยองค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงที่สามารถบริหารจัดการได้
      • แม้จะเผชิญความท้าทายในการนำ AI มาใช้และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ซีอีโอส่วนใหญ่ (ร้อยละ 79) ยังคงมองว่า AI เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 8 จุดร้อยละจากปีก่อน
      • ซีอีโอกว่าครึ่ง (ร้อยละ 59) ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลข้อมูลและมาตรการควบคุมภายในองค์กรมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน AI และอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)
      • ซีอีโอร้อยละ 56 ระบุว่าการขาดแคลนทักษะเป็นความท้าทายด้านบุคลากรที่สำคัญที่สุดที่องค์กรของตนกำลังเผชิญอยู่

       

      กรุงเทพฯ 28 ตุลาคม 2569 – ผลสำรวจ KPMG 2026 Global CEO Outlook ชี้ให้เห็นว่า ซีอีโอทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสามารถขององค์กรในการรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ

      ผลสำรวจซีอีโอ 1,400 คน พบว่า ร้อยละ 31 มองว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และข้อมูล เป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า รองลงมาคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก (ร้อยละ 28) ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ (ร้อยละ 26)

      ซีอีโอกำลังรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ผ่านการลงทุนเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่องค์กรสามารถควบคุมได้ โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 45) ระบุว่าได้เพิ่มการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการเสริมความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางดิจิทัล

       

      ซีอีโอปรับตัวรับแรงกดดันด้านกฎระเบียบ

      ซีอีโอยังเพิ่มการลงทุนเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันด้านกฎระเบียบ โดยร้อยละ 26 ระบุว่าแรงกดดันดังกล่าวเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดต่อการเติบโต ขณะที่ร้อยละ 36 ลงทุนในระบบรายงานด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า

      กฎระเบียบด้าน AI ทั่วโลกยังมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศและเขตอำนาจทางกฎหมาย โดยซีอีโอร้อยละ 41 ระบุว่าความแตกต่างของระดับการกำกับดูแลเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร และร้อยละ 66 คาดว่าจังหวะการพัฒนากฎระเบียบด้าน AI จะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จขององค์กร

      ขณะเดียวกัน ซีอีโอร้อยละ 59 ให้ความสำคัญการกำกับดูแลข้อมูลและมาตรการควบคุมภายในองค์กรมากขึ้นกับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน AI และอธิปไตยทางข้อมูล

       

      แกรี วิงโกรฟ (Gary Wingrove) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า

      “ซีอีโอกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ตั้งแต่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แรงกดดันด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงผลกระทบของ AI ต่อรูปแบบการทำงาน ขณะเดียวกัน ยังต้องรับมือกับประเด็นระดับโลก ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้นำธุรกิจกำลังรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างจริงจัง ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว”

      “แม้การเปลี่ยนแปลงยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลสำรวจ CEO Outlook ปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจกำลังรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยความมั่นใจ พร้อมมุ่งเน้นโอกาสที่รออยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจน”

       

      อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาและลาว กล่าวว่า

      “สิ่งที่โดดเด่นจากผลสำรวจปีนี้คือ ธุรกิจต้องสร้างขีดความสามารถเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน ควบคู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายตลาด ปรับเปลี่ยนธุรกิจ และนำ AI มาใช้ การขยายธุรกิจโดยไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์เท่ากับเป็นการขยายความเสี่ยง ดังนั้น ผู้นำธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวางแผนยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่ง ทั้งการประเมินความพร้อมและจุดที่ต้องพัฒนา การเสริมมาตรการป้องกันพื้นฐาน และการวางกรอบการกำกับดูแลให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน เมื่อประเด็นเหล่านี้เชื่อมโยงกันมากขึ้น องค์กรที่มีรากฐานแข็งแกร่งจะมีความพร้อมมากกว่าในการเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณค่าที่วัดผลได้ พร้อมเสริมความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว”

       

      AI เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดด้านการลงทุน แม้ประเด็นด้านจริยธรรมจะยังเป็นความท้าทายสำคัญในการนำไปใช้

      แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน ซีอีโอส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 79 เห็นว่า AI ยังคงเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 8 จุดร้อยละจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 71

      อย่างไรก็ตาม ซีอีโอตระหนักดีว่าการนำ AI มาใช้ยังมีอุปสรรค โดยร้อยละ 57 มองว่าประเด็นด้านจริยธรรม[i] เป็นความท้าทายสำคัญที่สุดในการนำ AI มาใช้ รองลงมาคือความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ร้อยละ 52) และต้นทุน (ร้อยละ 51)

      แม้จะเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว แต่ซีอีโอร้อยละ 66 มองว่าองค์กรของตนกำลังก้าวหน้าในการนำ AI มาใช้ในระดับที่เหมาะสมหรือก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านนี้ ขณะที่ร้อยละ 29 มองสถานการณ์ในเชิงบวกอย่างระมัดระวัง พร้อมเรียนรู้และปรับตัวไปตลอดกระบวนการ มีเพียงร้อยละ 5 ที่ระบุว่าองค์กรกำลังประสบปัญหาในการก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง

      ความคาดหวังด้านผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากปีก่อน โดยสะท้อนว่าซีอีโอเริ่มมองการลงทุนในระยะยาวมากขึ้น มีเพียงร้อยละ 14 ที่คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนภายใน 6 ถึง 12 เดือน ลดลงจากร้อยละ 19 ในปีก่อน ขณะที่ร้อยละ 71 คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนภายใน 1 ถึง 3 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67

       

      การขาดแคลนทักษะเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดด้านบุคลากร

      ซีอีโอร้อยละ 56 ระบุว่าการขาดแคลนทักษะ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะทักษะด้าน AI เป็นความท้าทายสำคัญที่สุดด้านบุคลากรที่องค์กรกำลังเผชิญ รองลงมาคือการพัฒนาและฝึกอบรมพนักงานให้สามารถใช้ระบบ AI (ร้อยละ 52) และตามด้วยการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ (ร้อยละ 47)

      ซีอีโอกำลังดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต โดยร้อยละ 51 มีการสื่อสารและพูดคุยกับพนักงานอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานในอนาคต ขณะที่ร้อยละ 46 ลงทุนเชิงรุกในโครงการพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิมของพนักงาน รวมถึงการจัดอบรมที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบทบาทหน้าที่ เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถนำ AI มาใช้สนับสนุนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      การต่อต้านการนำ AI มาใช้ของพนักงานไม่ได้เป็นความกังวลสำคัญ โดยซีอีโอร้อยละ 26 ระบุว่า เป็นความท้าทายซึ่งอยู่ในอันดับสุดท้ายจากความท้าทาย 13 ประการในการนำ AI มาใช้ภายในองค์กร ผลสำรวจนี้สะท้อนถึงการยอมรับ AI ของพนักงานที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผลสำรวจ Global CEO Outlook ปีก่อน ซึ่งซีอีโอร้อยละ 33 ระบุว่าความไม่เต็มใจหรือข้อจำกัดด้านความสามารถของพนักงานในการนำ AI มาใช้หรือปรับตัวให้เข้ากับ AI เป็นความท้าทาย

       

      ซีอีโอเร่งพัฒนาทักษะผู้นำเพื่อรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น

      ซีอีโอมองว่าตนเองจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถให้สอดคล้องกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมุ่งพัฒนาทักษะในการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

      เป็นปีที่สองติดต่อกันที่ซีอีโอมองว่า ความคล่องตัวที่มากขึ้นและความสามารถในการตัดสินใจได้รวดเร็วภายใต้แรงกดดัน เป็นทักษะความเป็นผู้นำที่สำคัญที่สุด (ร้อยละ 47) โดยสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้น 21 จุดร้อยละจากปีก่อน

      นอกจากนี้ ซีอีโอยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับความสามารถในการคาดการณ์เชิงกลยุทธ์และการวางแผนสถานการณ์จำลอง โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 22 เป็นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ความสามารถในการระบุ จัดลำดับความสำคัญ และบริหารความเสี่ยง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 39

      อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจากตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะและการอบรมพนักงานด้าน AI แล้ว ซีอีโอกว่าหนึ่งในสาม (ร้อยละ 36) ยังมองว่าความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีกำลังกลายเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้นำ

      อย่างไรก็ตาม ซีอีโอยังมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อแนวทางการบริหารความเสี่ยง โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61) ยังคงรักษาระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ไว้ตามเดิม ขณะที่ร้อยละ 33 ปรับแนวทางการรับความเสี่ยง โดยร้อยละ 16 เลือกรับความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่ร้อยละ 17 เพิ่มความระมัดระวังและลดการรับความเสี่ยง นอกจากนี้ อีกร้อยละ 6 ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงมากกว่าการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ


      [i]  ในการสำรวจครั้งนี้ ความท้าทายด้านจริยธรรมที่นำเสนอแก่ซีอีโอครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น ความไว้วางใจ อคติในชุดข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลที่บิดเบือน


      EN | TH

      เกี่ยวกับผลสำรวจ KPMG CEO Outlook

      การสำรวจ CEO Outlook ของเคพีเอ็มจีฉบับที่ 12 นี้ เป็นการสำรวจซีอีโอจำนวน 1,400 คน ในช่วงวันที่ 11 สิงหาคม ถึง 21 กันยายน 2569 และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมอง กลยุทธ์ และการวางแผนงานของซีอีโอ

      ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเป็นผู้บริหารของบริษัทที่ทำรายได้ต่อปีมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และหนึ่งในสามของบริษัทที่ถูกสำรวจมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การสำรวจนี้มีซีอีโอจาก 12 ตลาดหลักเข้าร่วม ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา และจาก 13 ภาคธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการสินทรัพย์ ยานยนต์ ธนาคาร สินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก พลังงาน สุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน ประกัน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม

      หมายเหตุ: ตัวเลขบางส่วนอาจไม่รวมเป็น 100 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากการปัดเศษ


      เกี่ยวกับเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล

      เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการสอบบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาธุรกิจ เคพีเอ็มจี เป็นแบรนด์ภายใต้บริษัทสมาชิกของ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล”) ดำเนินการและให้บริการอย่างมืออาชีพ “เคพีเอ็มจี” ใช้เพื่ออ้างถึงบริษัทสมาชิกแต่ละแห่งภายในเครือข่าย เคพีเอ็มจี หรือบริษัทสมาชิกหนึ่งหรือหลายบริษัทรวมกัน

      เครือข่าย เคพีเอ็มจี ดำเนินงานใน 138 ประเทศ และเขตการปกครอง โดยมีหุ้นส่วนและพนักงานมากกว่า 276,000 คน

      บริษัท เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลที่แตกต่างกัน และแยกจากกันตามกฎหมาย บริษัทสมาชิก เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบและหนี้สินของตนเอง

      เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทเอกชน ในประเทศอังกฤษ โดยการรับประกัน เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้บริการแก่ลูกค้า

      ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรได้ที่ kpmg.com/governance


      เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

      เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ เครือข่ายเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กร เอกชน จำกัด ในอังกฤษ


      สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

      พีรนุช พินธุโสภณ
      อีเมล: peeranuch@kpmg.co.th