Skip to main content

      ประเด็นสำคัญ

      • ซีอีโอร้อยละ 84 มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะกลาง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 72 ในปีที่ผ่านมา
      • ซีอีโอร้อยละ 65 จัดให้ Generative AI เป็นหนึ่งประเด็นการลงทุนสำคัญสูงสุด อย่างไรก็ตาม ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ จริยธรรม และการกระจายตัวของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่หลายแหล่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
      • ซีอีโอร้อยละ 40 กำลังเปลี่ยนและเพิ่มทักษะให้กับตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบจาก AI ขณะที่ร้อยละ 72 ให้ความสำคัญกับการรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
      • ซีอีโอร้อยละ 82 เชื่อว่า AI สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

       

      กรุงเทพฯ – 27 กุมภาพันธ์ 2569 – รายงาน KPMG 2025 Global Energy, Natural Resources and Chemicals CEO Outlook. พบว่า แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ซีอีโอในภาคพลังงานยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโต และยังเดินหน้าลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนาบุคลากร และความยั่งยืน เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับอนาคต

      ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผันผวน ทั้งจากความไม่แน่นอนด้านการค้า การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บทบาทของ AI ได้ทวีความสำคัญในทุกมิติของอุตสาหกรรม ผลสำรวจในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ AI และผลกระทบที่มีต่อประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ผู้บริหารต้องพิจารณา

       

      ความเชื่อมั่นของผู้นำด้านพลังงานเพิ่มขึ้น แม้เผชิญเงินเฟ้อและความผันผวนของตลาด

      แม้จะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นของซีอีโอยังคงเพิ่มขึ้น โดยร้อยละ 84 มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะกลาง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 72 ในการสำรวจที่ผ่านมา โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ความต้องการทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนที่ยังมีอยู่มาก นวัตกรรมด้านการกักเก็บพลังงาน สมาร์ทกริด และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ร้อยละ 78 ยังเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัทของตน เป็นอัตราส่วนที่น้อยลงกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง ความผันผวนทางการค้า และแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในภาคเคมีภัณฑ์ กลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ก็มีการปรับเปลี่ยน โดยซีอีโอเพียงร้อยละ 36 คาดว่าจะมีการตกลงซื้อ/ขายขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา ลดลงจากร้อยละ 58 ในปี 2567 ขณะที่ร้อยละ 55 คาดว่าจะมีการตกลงซื้อ/ขายขนาดกลาง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 38 ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงแนวโน้มการปรับกลยุทธ์ไปสู่การเติบโตอย่างรอบคอบมากขึ้น

       

      AI ขยายบทบาท แต่ความเสี่ยงไซเบอร์และข้อมูลยังเป็นอุปสรรค

      AI ได้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในภาคพลังงาน โดยร้อยละ 65 ของซีอีโอจัดให้ Generative AI เป็นหนึ่งในด้านที่ตนให้ความสำคัญในการลงทุน เพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจที่ผ่านมา และร้อยละ 72 มีแผนจัดสรรงบประมาณ 10–20 เปอร์เซ็นต์ให้กับ AI ในปีหน้า ความคาดหวังกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ก็เพิ่มขึ้น โดยร้อยละ 66 คาดว่าจะเห็นผลตอบแทนภายใน 1 ถึง 3 ปี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 15 ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกันร้อยละ 51 คาดว่า Agentic AI จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานและประสิทธิภาพแรงงาน อย่างไรก็ตาม แม้ความเชื่อมั่นจะเพิ่มขึ้น แต่ความท้าทายยังคงอยู่ โดยซีอีโอระบุว่าประเด็นด้านจริยธรรม (ร้อยละ 55) ข้อมูลกระจัดกระจาย/ถูกจัดเก็บอยู่หลายแหล่ง (ร้อยละ 49) และความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ (ร้อยละ 47) รวมถึงความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น เช่น การฉ้อโกง (ร้อยละ 64) การขโมยข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (ร้อยละ 59) และการโจมตีทางไซเบอร์ (ร้อยละ 51) ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจัดการ

       

      บุคลากรคือหัวใจสำคัญ เมื่อภาคพลังงานเร่งสร้างทีมพร้อมรับ AI

      การเปลี่ยนแปลงของ AI ทำให้ภาคพลังงานเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะวิศวกรในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ เหมืองแร่ และโลหะ ซีอีโอเร่งดำเนินกลยุทธ์ด้านบุคลากร เช่น การปรับทักษะ (reskill) และเพิ่มทักษะ (upskill) ให้กับบุคลากรในตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบจาก AI (ร้อยละ 40) และจัดการฝึกอบรมเพื่อลดช่องว่างระหว่างเจเนอเรชั่น (ร้อยละ 31) อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 18 ที่จัดให้มีการอบรมด้าน AI อย่างครอบคลุมทุกระดับภายในองค์กร เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้นำเกือบสามในสี่ (ร้อยละ 72) ให้ความสำคัญกับการรักษาและพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขช่องว่างด้านทักษะยังคงเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับร้อยละ 43 ของซีอีโอ ตามมาด้วยการแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีที่เสนอค่าตอบแทนสูง (ร้อยละ 22)

       

      แรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น AI เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความยั่งยืน

      เมื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ความยั่งยืนได้กลายเป็นยุทธศาสตร์หลัก เหตุการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นความท้าทายหลัก โดยซีอีโอร้อยละ 27 มองว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงกว่าภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซีอีโอร้อยละ 62 มั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2573 แต่มีเพียงร้อยละ 38 ได้ที่บูรณาการแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้ากับการตัดสินใจในการลงทุนอย่างเต็มที่ และกว่าครึ่งยอมรับว่ากลยุทธ์ ESG ของบริษัทตนยังไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเพียงพอ

      AI กำลังได้รับความนิยมในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อน ESG ด้วยศักยภาพในการตรวจสอบโครงข่ายพลังงานแบบเรียลไทม์และเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟเพื่อป้องกันไฟดับ ซีอีโอร้อยละ 82 เชื่อว่า AI สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขณะที่ร้อยละ 74 มองว่า AI จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม บรรษัทภิบาลยังเป็นจุดที่ต้องพัฒนา โดยมีเพียงร้อยละ 26 ที่รู้สึกมั่นใจอย่างมากในระบบกำกับดูแล ESG ของตน ขณะที่ร้อยละ 79 สนับสนุนบทบาทของ AI ในการยกระดับข้อมูลและการเปิดเผยด้านความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจนขององค์กร


      ผลการสำรวจปีนี้สะท้อนสิ่งที่ผู้คนในภาคพลังงานทราบดีอยู่แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น ซีอีโอกำลังปรับแนวทางสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานและพัฒนาทีมงานให้ทันกับการเติบโตของ AI เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความคล่องตัวขึ้น มีทักษะมากขึ้น และพร้อมรับอนาคต แม้ทิศทางของความเชื่อมั่นจะมีขึ้นมีลง ซีอีโอยังคงเห็นตรงกันว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่องค์ประกอบเสริมของกลยุทธ์ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อาจละเลย และเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ด้วยศักยภาพของ AI โดยเฉพาะ Agentic AI ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น การกำกับดูแลที่เข้มแข็งจึงมีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมา
      อานิช เด

      หัวหน้าฝ่ายพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ระดับโลก

      เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล


      ธิดารัตน์ ฉิมหลวง หุ้นส่วน ที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ และหัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน เคพีเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า “ภาคพลังงานของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยทิศทางการขับเคลื่อนกำลังเปลี่ยนจากการตั้งเป้าหมายไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMRs) และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน

      AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ด้านพลังงาน ช่วยสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การคาดการณ์การผลิตพลังงานหมุนเวียนที่แม่นยำยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero  การเร่งตัวของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ระบบพลังงานอัจฉริยะ และการกำกับดูแลข้อมูล ช่วยเปิดโอกาสใหม่ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และรองรับข้อกำหนดด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน การพัฒนาและยกระดับทักษะของบุคลากรได้มีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์และการตัดสินใจลงทุนในระยะยาวของซีอีโอและผู้นำองค์กร เคพีเอ็มจีพร้อมสนับสนุนด้วยการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และกรอบการประยุกต์ใช้ AI ที่ออกแบบตามบริบทของแต่ละองค์กร เพื่อเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระยะยาว”

      ภาคพลังงานของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยทิศทางการขับเคลื่อนกำลังเปลี่ยนจากการตั้งเป้าหมายไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่าน เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMRs) และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน
      ธิดารัตน์ ฉิมหลวง

      หุ้นส่วน ที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ และหัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน

      เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

      อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ KPMG 2025 Global CEO Outlook: Energy, Natural Resources and Chemicals

      EN | TH

      เกี่ยวกับ CEO Outlook ของเคพีเอ็มจี

      การสำรวจ CEO Outlook ของเคพีเอ็มจีฉบับที่ 11 นี้ เป็นการสำรวจซีอีโอจำนวน 1,350 คน ในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ถึง 10 กันยายน 2568 และนำเสนอมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมอง กลยุทธ์ และการวางแผนงานของซีอีโอ

      ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเป็นผู้บริหารของบริษัทที่ทำรายได้ต่อปีมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และหนึ่งในสามของบริษัทที่ถูกสำรวจมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การสำรวจนี้มีซีอีโอจาก 11 ตลาดหลักเข้าร่วม ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา และจาก 12 ภาคธุรกิจหลัก ได้แก่ บริหารจัดการสินทรัพย์ ยานยนต์ ธนาคาร ค้าปลีก พลังงาน บริการสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐาน ประกัน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ อุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยี และโทรคมนาคม

      หมายเหตุ: ตัวเลขอาจรวมกันไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการปัดเศษ

      ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: KPMG 2025 Global CEO Outlook.

      เกี่ยวกับเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล

      เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการสอบบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาธุรกิจ เคพีเอ็มจี เป็นแบรนด์ภายใต้บริษัทสมาชิกของ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล”) ดำเนินการและให้บริการอย่างมืออาชีพ “เคพีเอ็มจี” ใช้เพื่ออ้างถึงบริษัทสมาชิกแต่ละแห่งภายในเครือข่าย เคพีเอ็มจี หรือบริษัทสมาชิกหนึ่งหรือหลายบริษัทรวมกัน

      เครือข่าย เคพีเอ็มจี ดำเนินงานใน 138 ประเทศ และเขตการปกครอง โดยมีหุ้นส่วนและพนักงานมากกว่า 276,000 คน บริษัท เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลที่แตกต่างกัน และแยกจากกันตามกฎหมาย บริษัทสมาชิก เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบและหนี้สินของตนเอง

      เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทเอกชน ในประเทศอังกฤษ โดยการรับประกัน เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้บริการแก่ลูกค้า ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรได้ที่ kpmg.com/governance


      เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

      เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ เครือข่ายเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กร เอกชน จำกัด ในอังกฤษ


      สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

      ณิชากร พัฒนาถาวร
      อีเมล: nichakorn2@kpmg.co.th