EN | TH
ประเด็นสำคัญ
- AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้ว โดยผู้ที่ตอบแบบสำรวจ ร้อยละ 66 ใช้ AI เป็นประจำ และกว่าร้อยละ 83 เชื่อว่า AI จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
- อย่างไรก็ตาม ความไว้วางใจยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยมีเพียงร้อยละ 46 ของผู้คนทั่วโลกที่ที่พร้อมจะเชื่อมั่นใน ในระบบ AI
- ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการให้มีกฎหมายกำกับดูแล โดย ร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสำรวจ เชื่อว่า จำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อกำกับดูแล AI ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
- ผู้ใช้งานหลายคน เชื่อในผลลัพธ์จาก AI โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง (ร้อยละ 66) และเคยทำงานผิดพลาดเพราะ AI (ร้อยละ 56)
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 23 กรกฎาคม 2568 – เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล เผยผลการศึกษาระดับโลกฉบับล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกกว่าครึ่งยังคงไม่ไว้วางใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างประโยชน์ที่ได้รับและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
รายงานเรื่อง Trust, attitudes and use of Artificial Intelligence: A global study 2025 นี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ศาสตราจารย์นิโคล กิลเลสพี ดำรงตำแหน่ง Chair of Trust จาก Melbourne Business School มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น และ ดร. สตีฟ ล็อกกีย์ นักวิจัยจาก Melbourne Business School กับเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล รายงานฉบับนี้ถือเป็นการศึกษาเกี่ยวกับความไว้วางใจ การใช้งาน และทัศนคติของสาธารณชนที่มีต่อ AI ที่มีเนื้อหาครอบคลุมมากที่สุดในโลก
ผลการศึกษาในรายงานฉบับนี้ ได้มาจากสำรวจความคิดเห็นของผู้คนกว่า 48,000 คน จาก 47 ประเทศทั่วโลก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงมกราคม 2568 โดยผลการสำรวจพบว่า แม้ร้อยละ 66 ของผู้คนใช้งาน AI อย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลก (ร้อยละ 58) มองว่า AI ยังไม่น่าไว้วางใจ
การใช้ AI ในโลกทำงาน
ปัจจุบันพนักงานจำนวน สามในห้า (ร้อยละ 58) ใช้งาน AI ในการทำงาน และหนึ่งในสาม (ร้อยละ 31) เผยว่า มีการใช้งานเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือทุกวัน
การใช้งานในระดับสูงนี้ก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย โดยพนักงานส่วนใหญ่รายงานว่าประสิทธิภาพในการทำงาน การเข้าถึงข้อมูล และนวัตกรรมเพิ่มสูงขึ้น เกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 48) รายงานว่า AI ช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานที่สร้างรายได้ให้แก่องค์กรได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในที่ทำงานก็สร้างความเสี่ยงที่ซับซ้อนให้กับองค์กรเช่นกัน พนักงานเกือบครึ่งยอมรับว่าใช้ AI ในลักษณะที่ขัดต่อนโยบายของบริษัท เช่น การนำข้อมูลสำคัญของบริษัทไปใช้กับเครื่องมือ AI ที่เปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่าง ChatGPT นอกจากนี้ หลายคนยังพึ่งพาผลลัพธ์จาก AI โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้อง (ร้อยละ 66) และทำงานผิดพลาด (56%) จากการเชื่อมั่นในผลลัพธ์จาก AI แล้ว
การใช้ AI ในสังคม
ผู้ที่ตอบแบบสำรวจ จำนวนสี่ในห้า รายงานว่าเคยได้ประโยชน์จาก AI ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาที่ใช้ในงานที่ทำซ้ำ จำเจ ได้รับการบริการที่ตรงใจมากขึ้น การลดต้นทุน และการเข้าถึงที่บริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ในขณะเดียวกัน มีผู้ตอบแบบสอบถามในสัดส่วนเดียวกัน (สี่ในห้า) ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยง และสองในห้า เผยว่าเคยประสบกับผลกระทบเชิงลบจาก AI ไม่ว่าจะเป็นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไปจนถึงประเด็นปัญหาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและบิดเบือน
เกี่ยวกับรายงานฉบับนี้
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น นำโดย ศาสตราจารย์ นิโคล กิลเลสพี และ ดร. สตีฟ ล็อคกี้ เป็นผู้ดำเนินการวิจัยชุดนี้อย่างอิสระ ตั้งแต่การออกแบบสำรวจ การสำรวจ การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์
การศึกษาครั้งนี้นับเป็นการศึกษาครั้งที่สี่ในโครงการวิจัยที่มุ่งสำรวจความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเริ่มต้นในปี 2563 ด้วยการศึกษาความเชื่อมั่นของชาวออสเตรเลียต่อ AI จากนั้นในปี 2564 ได้ขยายผลสำรวจไปยังห้าประเทศ และล่าสุดในปี 2565 มีการขยายการสำรวจครอบคลุมถึง 17 ประเทศ
งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Chair in Trust ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นและเคพีเอ็มจี ออสเตรเลีย โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล เคพีเอ็มจี ออสเตรเลีย และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
เกี่ยวกับเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล
เคพีเอ็มจี เป็นเครือข่ายระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการตรวจสอบบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาธุรกิจ เคพีเอ็มจี เป็นแบรนด์ภายใต้บริษัทสมาชิกของ เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล”) ดำเนินการและให้บริการอย่างมืออาชีพ “เคพีเอ็มจี” ใช้เพื่ออ้างถึงบริษัทสมาชิกแต่ละแห่งภายในเครือข่าย เคพีเอ็มจี หรือบริษัทสมาชิกหนึ่งหรือหลายบริษัทรวมกัน
เครือข่าย เคพีเอ็มจี ดำเนินงานใน 142 ประเทศ และเขตการปกครอง โดยมีหุ้นส่วนและพนักงานมากกว่า 275,000 คน บริษัท เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลที่แตกต่างกัน และแยกจากกันตามกฎหมาย บริษัทสมาชิก เคพีเอ็มจี แต่ละแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบและหนี้สินของตนเอง
เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นบริษัทเอกชน ในประเทศอังกฤษ โดยการรับประกัน เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ให้บริการแก่ลูกค้า
ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรได้ที่ kpmg.com/governance
เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย
เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ เครือข่ายเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กร เอกชน จำกัด ในอังกฤษ
สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:
ศศิพิมพ์ คูดิษฐาเลิศ
อีเมล: sasiphim@kpmg.co.th