Skip to main content

      EN | TH


      • แม้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่ไม่สูงมาก แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสำคัญการนำเทคโนโลยีมาใช้ยังคงเป็นประเด็นท้าทายหลักๆ
      • การยกระดับทักษะบุคลากรให้ทันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทันเป็นสิ่งจำเป็น แต่การคงไว้ซึ่งแนวทางที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (human-centric) ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
      • เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ Generative AI ธุรกิจจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงในหน้าที่การงานให้แก่พนักงาน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ
      • ประเทศไทยมีศักยภาพในใช้ประโยชน์จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) ที่เติบโตทั่วโลก โดยการนำจุดแข็งด้านการดูแลสุขภาพ ธรรมชาติ อาหารเพื่อสุขภาพ และการแพทย์แผนไทยมาเป็นจุดขาย
      • ด้วยเป้าหมายและข้อบังคับทางสภาพภูมิอากาศที่ส่งเสริมการลดคาร์บอน การเงินเพื่อความยั่งยืนจึงจำเป็นต่อธุรกิจในการปรับตัวและคว้าโอกาสใหม่ ๆ
      • ความคาดหวังของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสามารถยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าได้โดยการนำ AI และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่สอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      กรุงเทพ 16 ตุลาคม 2567 – เคพีเอ็มจี ประเทศไทย จัดงานสัมมนา “KPMG Business Leaders’ Summit 2024: Ignite your business with innovation โดยมีผู้เข้าร่วมจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทยกว่า 250 แห่ง งานสัมมนานี้ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

      a closer shot of Charoen Phosamritlert, Chief Executive Officer - KPMG in Thailand, Myanmar and Laos, on stage
      Charoen Phosamritlert, Chief Executive Officer - KPMG in Thailand, Myanmar and Laos, on stage
      งานสัมมนา KPMG Business Leaders’ Summit ปีนี้ มีผู้ร่วมสัมมนาจากบริษัทชั้นนำของไทยมากกว่า 350 ท่าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสนใจที่สูงขึ้นในการเพิ่มโอกาสที่จะพัฒนาและสร้างอนาคตให้กับธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราเชื่อว่างานสัมมนานี้จะมอบความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลที่มีคุณค่าให้กับธุรกิจ เพื่อที่จะรับมือกับความท้าทายในอนาคตและสามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ ได้

      เจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ

      ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

      เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมา และลาว

      Charoen Phosamritlert, Chief Executive Officer - KPMG in Thailand, Myanmar and Laos

      หัวข้อหลักที่วิทยากรจากเคพีเอ็มจีและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากแวดวงธุรกิจได้กล่าวถึงในงานนี้ ได้แก่ แนวโน้มของอนาคตเศรษฐกิจไทย การปฏิรูปด้านบุคลากร การบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับธุรกิจ เศรษฐกิจด้านสุขภาพของไทย และการเปลี่ยนแปลงเพื่อเข้าสู่การเงินที่ยั่งยืน 

      ประเทศไทยสู่เส้นทางปี 2030: อนาคตที่รออยู่ข้างหน้า

      BLS stage in the auditorium, with bright spotlights

      ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ธุรกิจกำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ที่แปรปรวนมากกว่าเดิม ความท้าทายหลัก ๆ ที่ธุรกิจต้องเผชิญ ได้แก่ ผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ย ราคาของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น และวิกฤตอสังหาของประเทศจีน ธุรกิจจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวและจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ

      มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยการส่งออกและการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ การใช้จ่ายของภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตราการเติบโตอาจไม่เป็นไปตามความคาดหวังของภาคธุรกิจ

      ข้อกังวลที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจคือการบรรจบกันของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (technology disruption) วิกฤตทางสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น หรือ “ภาวะโลกเดือด” การมาถึงของ “ศตวรรษแห่งเอเชีย” (The Asian Century) ที่เอเชียจะมีบทบาทสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ช่วงเวลาห้าปีข้างหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ บริษัทที่ลงทุนในกลยุทธ์ที่เตรียมพร้อมรับอนาคตมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้มากกว่า บริษัทควรจะมุ่งเน้นไปที่ตัวขับเคลื่อนสำคัญอยู่รอดและประสบความสำเร็จท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ อันได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (digital transformation) การนำเทคโนโลยีมาใช้ การเปลี่ยนผ่านสีเขียว (green transition) การรวมกลุ่มประเทศแบบภูมิภาคนิยม (regionalization) และการพัฒนาโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

      อนาคตของบุคลากร

      ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสองปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปด้านบุคลากร นั่นคือการเติบโตของกระแส ‘ผู้บริโภคที่ชาญฉลาด’ (smart consumer) ที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วยการใช้เทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรสามารถมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลของพนักงานได้

      แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่องค์กรต่าง ๆ ยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยที่แรงจูงใจภายใน (intrinsic motivation) เช่น การมีสิทธิอิสรภาพ (autonomy) ความสามารถ สัมพันธภาพ และจุดมุ่งหมาย ยังคงเดิม องค์กรจึงต้องมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรักษาความเป็นอิสระได้ ในขณะเดียวกันก็นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ  เช่น AI มาใช้เพื่อสนับสนุนงานของพวกเขา

      การเรียนรู้และพัฒนาทักษะเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปบุคลากร รายงาน Future of work ของเคพีเอ็มจี ชี้ว่าพนักงานที่ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72 เห็นด้วยว่าการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขามีความรู้ความสามารถในสาขาอาชีพของตน องค์กรจำเป็นจะต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ต่อการเรียนรู้ มอบประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย และบ่มเพาะวัฒนธรรมการการให้คำปรึกษาและสอนงาน นอกจากนี้ การมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งซึ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและนวัตกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรได้ทดลองและเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นมีความสำคัญต่อการเติบโตยิ่งกว่ากลยุทธ์

      ในเรื่องของการลงทุนในบุคลากร องค์กรควรปรับเปลี่ยนมุมมอง โดยมองว่าพนักงานไม่ได้เป็นแค่ทรัพยากร แต่เป็นทุนที่จำเป็นต่อการเติบโตขององค์กรในระยะยาว แนวทางการปฏิรูปที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของบุคคลและองค์กร จะช่วยสร้างผู้นำและพนักงานที่มีจุดมุ่งหมาย (purpose) และผลักดันการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

      Gen AI: ปลดล็อกศักยภาพ

      ปัจจุบัน AI ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้เข้าถึงได้มากกว่าที่เคย บทบาทของ AI ในการสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการลูกค้า และการออกแบบประสบการณ์กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การบูรณาการ AI ในองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับการตั้ง KPI ที่ชัดเจนและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานมั่นใจในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ องค์กรต้องมุ่งเน้นที่การสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ ให้พนักงานมั่นใจว่า AI เป็นเครื่องมือที่จะมาสนับสนุนการทำงาน ไม่ใช่มาเพื่อแทนที่พวกเขา นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว องค์กรควรเปิดรับความไม่แน่นอนและอนุญาตให้ทีม “ผิดพลาดให้เร็ว” (fail fast) เพื่อที่จะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

      BLS audience sitting in rows in the auditorium

      เปลี่ยนโฉมระบบนิเวศไทย: เน้นการดูแลสุขภาพ

      ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจด้านสุขภาพทั่วโลก (wellness economy) ได้แก่ นวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุ (aging society)   ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่ก็ยังมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวมูลค่าสูง ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืนเป็นหลัก

      ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ อาหารเพื่อสุขภาพ การบริการที่มีชื่อเสียง การแพทย์แผนไทย วัฒนธรรมที่หลากหลายและภาคการแพทย์ที่แข็งแกร่ง ขณะที่เศรษฐกิจด้านสุขภาพทั่วโลกยังคงขยายตัว กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการและผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก จะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเติบโต ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มเหล่านี้เพื่อสร้างกำไร และขณะเดียวกันก็ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

      เงินทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

      ประเทศไทยได้ให้คำมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2608 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงร้อยละ 40 ภายในปี 2573 ซึ่งทำให้ธุรกิจต้องปรับการดำเนินงาน กลยุทธ์ และผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้

      มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) ได้จัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยใช้ระบบ Traffic Light System คล้ายระบบสัญญาณไฟจราจร ในระยะที่ 1 ภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในโซนสีเหลือง คือยังไม่บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ แต่มีศักยภาพที่จะปรับปรุงพัฒนาได้ แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและข้อบังคับ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นโอกาสของธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้นการเร่งปรับเปลี่ยนไปสู่การเงินเพื่อความยั่งยืน (sustainable finance) จึงเป็นสิ่งจำเป็น 

      ความเป็นเลิศด้านประสบการณ์ของลูกค้า

      Speakers from Customer Experience Excellence session on stage

      ประสบการณ์ของลูกค้าได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงผลักดันให้กับแบรนด์ ปฏิสัมพันธ์เชิงบวกจะช่วยดึงดูดลูกค้า ในขณะที่ประสบการณ์เชิงลบสามารถทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ หกเสาหลักแห่งความเป็นเลิศด้านประสบการณ์ลูกค้า (Six Pillars of Customer Experience Excellence) ของเคพีเอ็มจี ได้เน้นถึงคุณลักษณะที่สำคัญ คือ การเอาใจใส่ ความต้องการเฉพาะตัว เวลาและความตั้งใจ ความคาดหวัง การแก้ไขปัญหา และความซื่อสัตย์ ซึ่งธุรกิจควรให้ความสำคัญเพื่อที่จะพัฒนาเส้นทางของผู้บริโภคและสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้แก่ลูกค้า

      ธุรกิจไทยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้า การนำเทคโนโลยีและดาต้าเข้ามาใช้ทำให้องค์กรสามารถสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้ามากขึ้นไปอีก


      ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน KPMG Business Leaders’ Summit 2024 ได้ที่ https://bit.ly/kpmg-bls2024


      Attendee visiting KPMG cyber crime booth and talking to KPMG cybersecurity specialists
      Attendee visiting KPMG Digital Transformation booth and talking to KPMG specialists
      KPMG Tax specialists at the Tax Digital Gateway booth

      เกี่ยวกับ เคพีเอ็มจี ประเทศไทย

      เคพีเอ็มจี ประเทศไทย มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ซึ่งให้บริการด้านการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นอื่น ภาษี กฎหมายและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เคพีเอ็มจี ประเทศไทยเป็นสมาชิกของ เครือข่ายเคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กร เอกชน จำกัด ในอังกฤษ


      สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

      ณิชากร พัฒนาถาวร

      อีเมล: nichakorn2@kpmg.co.th